ราคารถใหม่ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับอดีตนับว่าสูงขึ้นมาก จนทำให้หลายคนที่คิดจะซื้อรถต่างคิดแล้วคิดอีกว่าจะก่อหนี้ก้อนโตดีหรือไม่ โชคดีที่มีตลาดรถยนต์มือสองราคาไม่แพง แต่อายุของรถก็เป็นสิ่งที่อดคิดไม่ได้ว่ามันเก่าไปไหม จะซื้อดีหรือไม่?
สำหรับรถยนต์มือสองที่มีอายุ 2-5 ปี ก็ถือว่าไม่เก่าเลยเมื่อเทียบกับอายุในตลาดรถยนต์ แถมมีความคุ้มค่ามากในราคาที่ต่ำกว่ารถยนต์ใหม่เอี่ยม อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเจอรถมือสองสภาพดี มันจะกลายเป็นรถที่มีความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นนอน เราลองมาเรียนรู้ข้อดี ข้อเสีย ของการซื้อรถยนต์อายุไม่เกิน 5 ปี พร้อมวิธีการตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
รถมือสองอายุเท่าไหร่ดีที่สุด
หลักการทั่วไปของการเลือกรถยนต์มือสอง คือ หารถยนต์ที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 5 ปี เพราะยังเป็นรถที่มีความสดใหม่ในตลาดรถยนต์ บางคันวิ่งใช้งานน้อยหลักหมื่นกิโลต้นๆ แต่ถ้าโชคดีอาจเจอรถวิ่งหลักพันโลก็เป็นได้ ดังนั้นส่วนประกอบต่างๆ ของตัวรถยังมีการสึกหรอตามธรรมชาติหรือการใช้งานน้อยนั่นเอง แถมยังมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดสนิมหรือการกัดกร่อนในรถที่มีอายุเพียงไม่กี่ปี
อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีงบจำกัด ทำให้ไม่สามารถเอื้อมถึงรถมือสองอายุน้อยได้ ลองหันมามองพวกรถยนต์รถมือสองที่มีอายุ 5-10 ปี เพราะไม่เพียงแต่จะมีราคาถูกกว่ารถอายุ 2 ปี เท่านั้น แต่เจ้าของเดิมหลายรายก็ยังรักษารถให้รถอยู่ในสภาพดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลรักษา การเข้าเช็คระยะตรงตามเวลา หรือใช้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการเมื่อต้องเปลี่ยนส่วนที่สึกหรอ ทำให้มันยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมแม้จะมีอายุเกิน 5 ปี แล้วก็ตาม
ข้อดีของการซื้อรถมือสองอายุไม่เกิน 5 ปี
· ประหยัดเงินมากขึ้น: สำคัญที่สุดของการซื้อรถมือสองรุ่นเก่า คือ ประหยัดเงินมากกว่าซื้อรถใหม่ เพราะรถมือสองอายุ 5 ปี ไม่เพียงแต่ราคาถูกกว่ารถใหม่เท่านั้น แต่คุณยังจะจ่ายเงินน้อยลงเมื่อซื้อประกันภัยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การผ่อนจ่ายรถยนต์มือสองอาจหมดเร็วกว่าซื้อรถยนต์ใหม่อีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับเงินดาวน์หรือโปรโมชั่นทางบริษัทสินเชื่อ ณ เวลานั้นๆ แต่ถ้าใครซื้อสดบอกเลยว่าคุ้มค่ากว่าแน่นอน
· ความทนทาน: ในอดีตที่ผ่านมารถยนต์มือสองมีชื่อเสียงในด้านลบและมีปัญหามากมาย แต่ตอนนี้จะไม่ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะรถยนต์ที่ผลิตในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมามีความปลอดภัย แข็งแรง ประหยัดน้ำมัน และทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น
· Aftermarket: อุปกรณ์เสริมในตลาดหลังการขายมีให้เลือกมากมาย และมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นใหม่ นอกจากนี้ คุณยังสามารถหาอุปกรณ์อัปเกรดและติดตั้งอุปกรณ์เสริมในราคาที่คุ้มค่าให้กับรถเก่าได้ เช่น ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา กล้องมุมมองรอบคัน 360 องศา เซ็นเซอร์ถอยหลัง รวมถึงหน้าจอให้ความบันเทิงพร้อมการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple Carplay เป็นต้น
ข้อเสียของการซื้อรถอายุไม่เกิน 5 ปี
· นวัตกรรมด้อยกว่า: การซื้อรถมือสองรุ่นเก่าอาจหมายถึงการพลาดคุณสมบัติใหม่ๆ แม้ว่า 5 ปี อาจเป็นเวลาที่ไม่นานนัก แต่เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมากมายกลายเป็นคุณสมบัติมาตรฐานในรถยนต์รุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบอย่างช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน หรือเทคโนโลยีไฮบริด จะอยู่ในรถที่มีราคาแพงหรือราคาสูงกว่า 1 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันรถใหม่ไม่เกินล้านบาทก็มีมาให้เป็นมาตรฐานแล้ว
· ค่าซ่อมแพงกว่ารถใหม่: แม้ว่าเจ้าของคนก่อนจะดูแลรักษารถเป็นอย่างดี แต่ชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ยังคงเสื่อมสภาพไปตามเวลา แม้ว่าคุณจะประหยัดเงินจากการซื้อรถยนต์มือสองอายุ 5 ปี แต่ก็ยังต้องจัดสรรเงินบางส่วนเพื่อซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์อยู่ดี
· Warranty: การรับประกันจากผู้ผลิตก็เป็นเรื่องสำคัญ รถใหม่ในปัจจุบันที่มาจากโรงงานจะมีระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยเงื่อนไขนี้จะแตกต่างกันไปแต่ละแบรนด์ รวมถึงโปรโมชั่นค่าแรงในการนำรถเข้าเช็คบริการต่างๆ แต่ถ้าเป็นรถมือสองอายุ 2 ปี และมีการใช้งานไม่เกินจากที่กำหนดไว้ก็จะอยู่ในการรับประกันเช่นกัน แต่ถ้าเป็นรถมือสองอายุ 5 ปีขึ้นไป การรับประกันก็จะหมดไปโดยบริยาย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมากขึ้นเมื่อเทียบกับรถใหม่
· ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง: รถยนต์อายุมากขึ้นมักมีความประหยัดในการเผาไหม้เชื้อเพลิงน้อยลง ซึ่งอาจทำให้ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมันมากขึ้นในระยะยาว
· คุณภาพ: คุณอาจไม่สามารถทราบประวัติการใช้งานของรถอย่างชัดเจน นอกจากนี้ รถยนต์มือสองที่มีอายุมากขึ้นอาจมีประวัติการชนหรือการใช้งานที่ไม่ค่อยดี ซึ่งอาจทำให้คุณต้องเสียเวลาและเงินในการซ่อมแซมหรือดูแลรักษารถ